The RhyThm's profileThe RhyThm® SeriesPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
January 14 จาก O Magnum Mysterium ถึง Requiem Eternam ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเดี๋ยวนี้เพื่อนๆที่รักทั้งหลายถึงได้ไม่ค่อยมีใครจะว่าง Up Spaces กันมั่งเลย เวลาเข้ามาบางครั้งก็รู้สึกคิดถึงเพื่อนๆบางคนก็อยากที่จะเข้าไปดูซิว่าเป็นอย่างไร แต่ก็พบว่าไม่มีใครที่มีการเปลี่ยนแปลงเลย เหงารู้มั๊ยเนี่ย...(คงจะไม่รู้เพราะว่าหันไปเล่น Hi5 กันหมดแล้ว) ไม่เป็นไรก็เอาไว้ที่พวกคุณคิดถึงกันเมื่อไรก็กลับมาอ่านก็คงจะได้รู้ว่าผมก็คิดถึงพวกคุณเหมือนกัน ต้องขอขอบคุณทุกๆคนนะครับที่แสดงความยินดีกับผมในวาระวันคล้ายวันเกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆ นะครับที่ยังไม่ลืมกัน รู้สึกว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ประชาชนชาวไทยจะเศร้าโศกกับการจากไปของพระพี่นางฯ(ขออนุญาติใช้คำพูดธรรมดานะครับ TH162 ได้ C+) เฮ่อ ส่วนตัวผมเองก็รู้สึกเสียใจมิใช่น้อยเหมือนกันดังที่เพื่อนๆได้ทราบกันไปแล้วในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องที่ว่านั้นเองก็ได้นำมาสู่ Concert ที่ยิ่งใหญ่ครั้งใหม่(ที่ไม่รู้ว่าจะจัดเมื่อไรเหมือนกัน) เพราะว่าทางสมาคมขับร้องประสานเสียงแห่งประเทศไทยได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่เก่าแก่แต่ยังรักกันเหมือนเดิมนั่นก็คือกระทรวงวัฒนธรรม(สวช.) นั่นเอง ก็ได้มีการประชุมกันว่าคงจะต้องมีการทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ชาวบ้านชาวช่องเขารู้ว่าเรามีตัวตน(สมาคมขับร้องประสานเสียงแห่งประเทศไทย) และต้องการที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอาลัยของการจากไปของพระพี่นางฯ งานนี้ก็มี Roadmap ว่าจะจัดอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยใช้ชื่องานประมาณว่าเป็นการไว้อาลัยนานาชาติ โดยประกอบด้วยทีมงาน The Voices เป็นโต้โผหลักและจะมีการขับร้องบทเพลง Requiem Mass ของ John Rutter อีกด้วย และนอกจากนั้นยังมี TYC(Thai Youth Choir) Wattana Girls Choir, BCC Glee Club(Bangkok Chirstian Glee Club) อีกด้วยซึ่งก็ถือว่าเป็นความร่วมมือของกลุ่มขับร้องประสานเสียงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่งเลยก็ว่าได้...
ในส่วนของผมที่อยากจะกล่าวถึงนั่นก็คือบทเพลง Requiem Mass ของ John Rutter คงจะไม่อาจกล่าวได้ว่าไม่มีนักร้องประสานเสียงชั้นนำที่ไม่รู้จักชื่อของ John Rutter(สามารถหา้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.oup.co.uk/music/repprom/rutter/ ) ซึ่งเขาก็ได้เรียบเรียงเำพลงและแต่งเพลงออกมามากมาย รวมไปถึง Requiem Mass ที่จะเอามาร้องในงานนี้ด้วย ซึ่งผมรู้สึกว่าเขาได้แต่งออกมาดีมากให้ความรู้สึกได้อย่างขัดเจนกท่วงทำนองเพลง การเรียบเรียงเสียงประสานของChoir เมื่อนำมารวมกับ Orchestra แล้วทำให้รู้สึกว่าศักดิ์สิทธิ์และมีพลังเป็นอย่างยิ่ง และในงานนี้ วง Orchestra ที่จะมาเล่นก็คือวง BSO(Bangkok Symphony Orchestra) ที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยนั่นเอง นับว่าเป็นเกียรติประวัติของ The Voices และ ตัวของผมเองเป็นอย่างยิ่งที่จะมีโอกาสที่จะร้องพลงเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้สมเด็จพระพี่นางฯ เป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว
นับจากเมื่อวันนั้นวันแรกที่ได้ทำความรู้จักกับ O Magnum Mysterium จนถึงวันนี้ที่เพิ่งจะเริ่มทำความรู้จักกับ Requiem Aeternam ก็เป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้วที่เราได้เจริญเติบโตในคณะ The Voices นี้มา คณะนักร้องประสานเสียงวงนี้ได้ให้อะไรกับผมมากมาย ทั้งความอัศจรรย์ที่พวกเราได้ก่อขึ้นจากการร้องในทุกๆครั้งทุกๆConcert ความสุขและความทุกข์ความประทับใจต่างๆมากมายที่พวกเราได้ร่วมประสบพบเจอกันมาและจะกล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือความทุ่มเทและความตั้งใจจริงของคุณหมอ กิตติพร ตันตระรุ่งโรจน์ ที่แสดงให้พวกเราเห็นและทำให้พวกเรามั่นใจอยู่เสมอ
ทุกคราที่ได้คิดถึงเรื่องแบบนี้ก็ทำให้อดตื่นเต้นไม่ได้เลยกับสิ่งที่จะต้องเจอในอีกไม่ช้านี้ หวังอยู่เหมือนกันว่าทุกๆคนที่ผมรักจะมาดูการแสดงที่ยิ่งใหญ่นี้ของพวกผม ถ้าพวกคุณว่างคงจะได้เจอกันในงานนั้น... January 06 ผมคิดถึงพวกคุณเหลือเกิน... สวัสดีครับทุกๆคนเป็นอย่างไรกันบ้างครับ ไม่ได้เจอกันเสียนานเลย นี่เองก็ปีใหม่แล้วนะเนี่ยก็ต้องกล่าคำว่าสวัสดีปีใหม่นะครับ ก็ขอให้ทุกๆคนมีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงไม่ป่วยไม่ไข้แล้วก็ขอให้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาทนะครับ อ่า สำหรับตัวผมนั้นตอนนี้ไม่ค่อยจะสบายสักเท่าไรเพราะว่าช่วงปีใหม่มานี้รู้สึกว่าอากาศจะหนาวขึ้นนิดหน่อยนะครับ แต่ก็ OK เพราะว่าตอนนี้กำลังจะหายแล้วล่ะครับ ปีใหม่ปีนี้รู้สึกว่าจะมีแต่เรื่องที่นำความเศร้าเสียใจมาสู่พี่น้องผสกนิกรชาวไทยด้วยการเสด็จสู่สวรรคาลัยของสมเด็จพระพี่นางฯ ส่วนตัวผมเองแล้วพยายามจะไม่ดูสารคดีที่เกี่ยวกับคุณงามความดีที่ท่านได้ทำเพราะว่าผมทราบดีอนู่แล้วว่าท่านนั้นเป็นผู้ที่มีพระราชกรณียกิจอย่างมากมายหลายด้านดูเข้ามาๆก็จะทำให้ยิ่งเศร้าสลดแล้วก็ยิ่งเสียใจจะพากันร้องไห้เอาง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านสังคมสงเคราะห์ที่ท่านได้ดูแล ท่านเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่มีความเอาใจใส่และเป็นห่วงเป็นใยประชาชนมากๆ ข้อนี้เองที่ทำให้ผมอดที่จะประทับใจในความเสียสละของท่านไม่ได้...
สำหรับผมแล้วปีใหม่ปีนี้ผมรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ธรรมดามากๆไม่ได้เหมือนทุกๆปีที่ผ่านมาที่ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างเป็นวิถีนำทางสู่สิ่งใหม่ๆ สำหรับปีนี้ผมรู้สึกว่าปีใหม่มันก็ต่างกันวันเดียว...แบบว่าวันที่ 31 ธันวาคม กับวันที่ 1 มกราคม มันห่างกันกี่ชั่วโมงกันมันก็คือๆกันนั่นน่ะแหละ... ผมจึงไม่ค่อยที่จะรู้สึกตื่นเต้นอะไรมากมายชีวิตผมปีนี้มันดูเงียบเหงาแปลกๆไม่เหมือนกับทุกๆปีที่ผ่านมา ผมจำได้ว่าช่วงปีใหม่ปีที่แล้วมันก็ไม่ค่อยจะดีเหมือนกันเพราะว่าในงาน Count Down มันมีระเบิด กทม. สร้างความสะพรึงให้กับผู้ที่เดินทางออกนอกบ้านไปเที่ยวในปีนี้ไม่น้อยเลย แต่ก็ยังดีครับที่ปีนี่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
ถ้าพูดถึงความเป็นห่วงแล้วผมเองก็อดห่วงอนาคตประเทศไทยไม่ได้ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเดินทางไปในทิศทางไหน หลังจากการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมาคงจต้องบอกว่ามันเป็นชัยชนะอันท่วมท้นของพรรค "พลังประชาชน" ที่ได้ที่นั่งในสภามากที่สุด ส่วนรองลงมาก็เป็นพรรคเก่าแก่ที่มีอุดมการณ์มั่นคง "พรรคประชาธิปัตย์" ซึ่งได้ชัยชนะในเขตกทม. ในขณะนี้ก็อยู่ในช่วงระหว่างการรับรอง ส.ส. จาก กกต. และการแจกใบเหลือใบแดงสำหรับผู้สมัครที่ทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง ดูท่าแล้ว พลังประชาชนคงจะได้ไปไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับ ใบเลือง ใบแดง แต่ก็ยังน่าหวาดหวั่นอยู่ถ้าเกิดว่า พรรคพลังประชาชน ได้กลับมาเป็นรัฐบาลและนิรโทษกรรม บ้านเลขที่ 111 แล้วคุณทักษิณกลับมา ก็เท่ากับว่าการทำรัฐประหารของ คมช. ก็เป็นการเสียเปล่าและยิ่งเป็นการทำให้ประเทศบอบช้ำและถอยหลังกลับไปยิ่งกว่าเดิม... ก็ได้แต่ภาวนาว่าทุกอย่างจะเป็นไปอย่างสงบ...
ในส่วนของชีวิตในเรื่องการร้องเพลงก็รู้สึกว่าตนเองเริ่มที่จะเหนื่อยกับการร้องเพลง และรู้สึกขาดแรงบันดาลใจ ไม่เหมือนกับตอนที่จะไป Jakarta ตอนนั้นนี่ไฟแรงเกิน 100 ตอนนี้รู้สึกว่ามันเงียบๆ บวกกับเราเองอาจจะเริ่มอิ่มตัวแล้วก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามรู้สึกแบบนี้ก็จริงแต่ก็ไม่มีวันไหนที่ไม่อยากจะไปซ้อม The Voices เลย ในส่วนของ TU Chorus ผมเองก็รู้สึกว่าผมออกห่างมามากพอสมควร เพราะว่าวันจันทร์จะต้องไปซ้อมกับ The Voices ก็จะซ้อมได้วันพุธเพียงวันเดียว อีกทั้งผมยังไม่ได้อยู่หอด้วยก็เลยทำให้ไม่ค่อยสนิทสนมกับน้องๆเท่าที่ควรแต่ก็ไม่เป็นไร ผมก็หวังว่าน้องๆก็คงจะเข้าใจเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้ที่มี CKT โดยที่เกษตรรับเป็นเจ้าภาพอันนี้ก็ต้องบอกว่าสงสารเขาเหมือนกันเพราะว่าดูเหมือนว่าเขาจะลำบากกว่าเราเสียอีกก็ขอให้ทุกอย่างเรียบร้อย ถ้าผมรู้สึกว่าผมซ้อมไม่ทันไม่ได้ตามคุณภาพที่ผมวางเอาไว้ผมคงจะไม่ขึ้นร้อง CKT งานนี้ขอเป็นคนดูมั่งเถ้อออ แต่ถ้าเกิดว่าเขาต้องการผมจริงๆผมคงจะปฏิเสธไม่ได้
พอพูดถึงเรื่องร้องเพลงไปแล้วก็คงจะต้องพูดถึงเรื่องเรียนบ้าง คงต้องบอกว่าเกรดเทอมนี้ออกมาเป็นที่น่าพอใจ(แล้ว)สำหรับผม เพราะว่าช่วงที่สอบถ้าท่านๆที่ติดตามมาโดยตลอดจะทราบว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีการซ้อมอย่างดุเดือด ก็เกรดที่ออกมาค่อนข้างจะน่าพอใจครับเกรดเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ 2.8 - 3.0 ที่ต้องบอกเป็น Range เพราะว่ายังเหลือ PO211 ครับที่ยังไม่ออกอีกตัวแต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาน่ะครับ (ปล.อยากจะบอกว่าเทอมที่ผ่านมานั้นกาเรียนของผมนั้น Chilled มากถึงมากที่สุดอ่ะครับโดดเป็นพายุเลยได้แค่นี้ก็บุญโขแล้ว..) ส่วนเทอมนี้แปลกนะครับลงไปแค่ 4 ตัวเองด้วยความที่อีกตัวมันปิดไป...ก็ไม่เป็นไรเนอะจบ 4 ปีก็ได้ No Problem ผมก็ตั้งความหวังเอาไว้ว่า 4 ปีนี้ผมจะเรียนๆเล่นๆให้เต็มที่ส่วนถ้าจะตั้งใจเรียนจริงๆก็ขอเป็นช่วงที่จบไปแล้วเถอะครับช่วงป.ตรีเนี่ยต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่าจริงมั๊ยครับ...
ส่วนเรื่องความรักนั้นก็มีความสุขดีครับ ผมรู้สึกว่าผมได้คนที่ดีและเป็นห่วงผมอยู่เสมอถึงแม้ว่าบางครั้งความคิดอาจจะดูเด็กไปสักหน่อยแต่ผมก็ดีใจมากที่ได้รู้จักและได้คบกับเธอ
ทุกอย่างคงกำลังจะดำเนินไปตามทางของมันในสายธารแห่งชีวิตที่ไม่สิ้นสุดทายนี้ หวังว่าทุกๆคนคงจะไม่ย้อท้อที่จะล่องไปในสายธารนี้เพราะเรายังมีกันและกัน...(จริงมั๊ย?) |
|
|