The RhyThm's profileThe RhyThm® SeriesPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
October 27 My Angel, Sweety Chaos!!! นางฟ้าของฉัน, ความวุ่นวายที่แสนหวาน!!! ผมเริ่มไม่เข้าใจตัวเองอีกครั้งเมื่อวานนี้...
มันมีเรื่องที่จะต้องให้ผมคิดมากมายอีกครั้ง
เมื่อคืนที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าเป็นคืนที่ยาวนานที่สุดในชีวิต...
มันเป็นคืนในช่วงเวลาปิดเทอมของผมที่ผมรู้สึกว่าผมนอนไม่หลับ
ผมนอนไม่หลับเพราะว่ามีความคิดมากมายแวบเข้ามาในหัวสมองอันทรงพลังของผม...
ทำไมผมจะต้องกลัวตาย... แล้วก็จะต้องกลัวที่จะไม่ได้พบกับเธอคนนั้นอีก...
ทำไมผมจะต้องกลัวเธอคนนั้นตาย... และกลัวที่จะไม่ได้พบเธอคนนั้นอีก
และเช้านี้ผมตื่นมาด้วยอาการตาลุกโพงในเวลาประมาณ 6:30
ผมบอกกับตัวเองว่าไม่ไหวแล้วฉันจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
เพื่อให้สภาพจิตใจของฉันกลับมาสู้สภาพปรกติอีกครั้ง...
บางครั้งคนเราเองก็มักจะทำในสิ่งที่ตนเองไม่ได้อยากจะทำ...
ทำไม่ฉันต้องกลัวเวลาที่เธอไม่ทานข้าว
กลัวเหรอเดียร์นายกลัวหรอที่จะไม่ได้เจอเธอคนนั้นต่อไปอีก
กลัวเหรอเดียร์ว่าเธอจะตายจากนายไป เออเว้ย กรูกลัว!!!
เรายังไม่พร้อมกับการสูญเสีย... อยากจะให้เขาหายป่วยไวๆ
ทุกครั้งเวลาที่ได้เจอหน้ากัน... ฉันอยากจะเดินเข้าไปคุยด้วยเสมอ...
แต่ทำไมล่ะ ฉันถึงไม่ทำอย่างนั้น ทำไม...
ต่อแต่นี้ไปฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เวลาอันมีค่าเหล่านั้นผ่านเลยไปจากฉัน
อีก.... ฉันไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว... เวลาที่เหลือของฉัน
ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะทำอย่างไรต่อไป อยากจะร้องไห้ อยากจะโทรไปหาเธอคนนั้นอยากจะถามว่า กินข้าวเช้าแล้วหรือยัง.... ตื่นหรือยัง ยังอยู่เหรอเปล่าเนี่ย...เธอไม่ได้ตายใช่ไหม แล้วหายป่วยแล้วหรือยัง... อีก 108 1009 ที่อยากจะพูดที่พรั่งพรูอยู่ในหัวผมตอนนี้มันกำลังจะระเบิดออกมา แต่... ผมยังโทรไปไม่ได้เพราะว่ามันเช้าเกินไป... รอเอาไว้แน่ใจก่อนว่าเธอตื่นแล้วค่อยโทรไปเพราะว่าเมื่อคืนนี้เธอน่าจะนอน ดึกเพราะว่าเธอบอกว่าเธอต้องทำงานภาษาอังกฤษแล้วก็อ่านหนังสือ ผมรู้สึกตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก คิดอะไรไม่ออก ได้แต่พิมพ์ๆๆๆๆๆ อย่างเดียว พิมพ์เข้าไประบายความรู้สึกที่มีออกมาเพราะว่ามัน... คิดไม่ออกไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี... แน่นอนว่าความแก่นั้นอาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เราคิดมากขึ้น... กับสิ่งที่จะต้องเป็นไปในชีวิต แต่แน่นอนที่สุดฉันไม่มีวันจะยอมเสียเธอไปจากใจฉันอีกแล้ว ฉันรู้สึกเสียดายเวลาที่เคย... ทำตัวไร้สาระ(ทำตัวนิ่ง)เหมือนเมื่อก่อน เพราะว่าฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าเวลาของฉันที่นี่มันกำลังจะหมดไปแล้ว.... ฉันจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว(เหมือนเพลงของป้างเลย) ตอนนี้สติสตางค์ฉันไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ทุกครั้งที่ความคิดของฉันโลดแล่นมันจะต้องมีความคิดถึงเธอแทรกมาตลอด... สมมุติถ้าคบกันไปแล้ว... ที่บ้านเธอจะว่าอย่างไร... พระเจ้าฉันมันคนธรรมดา ธรรมดาจริงๆ แต่เธอคนนั้นเหมือนกับนางฟ้าตัวน้อยๆเหมือน Cupid ที่เธอชอบ เหมือนบินลงมาจากฟากฟ้า... ในใจหนึ่งก็อยากจะให้เธอบินอยู่ตรงนั้นแบบนั้นต่อไปและตลอดไป เพราะฉันมันคนธรรมดาไม่อาจจะบินบนท้องฟ้าได้เหมือนนางฟ้า การที่จะให้นางฟ้าต้องลงมาเดินที่พื้นดินก็ผิดธรรมชาติของพวกเธอ ด้วยความรักที่ผมมีให้เธอผมจึงอยากจะปล่อยเธอไว้แบบนั้น ผมไม่อยากทำให้นางฟ้าองค์น้อยๆของผมต้องเสียใจ ผมไม่กล้าแม้แต่จะทำให้เธอเสียใจ หรือทำให้เธอรำคาญ แล้วถ้าสมมุติว่าถ้าคบกันไปจริงๆ แล้วถ้าต้องเลิกกันด้วยเหตุผลต่างๆหรือฉันอาจจะตายจากเธอไป เธอจะต้องเสียใจแน่เลย ฉันไม่อยากเห็นนางฟ้าของฉันต้องเสียใจร้องไห้ อยากจะเห็นเธออยู่แบบนั้น อยู่ในความทรงจำอันสวยงามของฉันตลอดไป เพราะบางครั้งในโลกแห่งความจริงกับในโลกแห่งความฝันอาจจะไม่เหมือนกัน ฉันอยากจะหลับตาและอยู่ในโลกแห่งความฝันต่อไป เพราะว่าความจริงอาจจะเป็นสิ่งที่เจ็บปวดก็ได้ แต่ก่อนแต่ไรมาฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ไม่เคยจริงๆ ถ้าเกิดชอบใครแล้วจะไม่มีความคิดที่คิดมากเว่นเว้อแบบนี้ ฉันไม่เคยสับสนแบบนี้ อยากจะถามว่านางฟ้าทำไมต้องทำให้คนที่กำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่อายุ 21 อย่างฉันต้องสับสนขนาดนี้... ไม่ๆ มันไม่ใช่ความผิดของเธอ มันเป็นเพราะว่าฉันคิดมากไปเอง นางฟ้าอย่าคิดมาก ทุกครั้งที่เดินผ่านกันทำไม... ฉันถึงไม่คุยกับเธอล่ะนางฟ้า มีความในใจอีกมากมายที่ฉันอยากจะบอกเธอ แต่...ทำไมฉันไม่พูด....ไม่แสดงมันออกไป กลัวอะไร!!!! เมิงกลัวอะไรของเมิง นางฟ้าทำไมเธอต้องค่อยๆบินออกห่างจากฉัน... เธออย่าคิดนะว่าฉันไม่กลัว...ฉันก็กลัวพอๆกับเธอนั่นแหละ ฉันไม่อยากทำให้เธอเสียใจ... เพราะฉันรักเธอเหลือเกิน แต่...เวลาของฉันที่จะได้มองเห้นเธอนั้นมันร่อยหรอเข้าไปทุกทีถ้าฉันไม่ทำ อะไรสักอย่างและปล่อยให้เธอบินผ่านไป สักวันฉันจะต้องเสียใจแน่... ใครก็ได้บอกฉันทีว่าฉันควรจะทำอย่างไร ตอนนั้นฉันสับสนเหลือเกิน.... 7.14 แล้วอยากจะโทรไปหาเธอจังอยากจะรู้ว่าเมื่อวานที่เธอไม่ได้ทานข้าวเธอยังอยู่ ดีอยู่เหรอเปล่า ฉันเคยบอกเธอแล้วไงว่าทานสักหน่อย เธอไม่กลัวหรอนางฟ้า เธอไม่กลัวว่าเธอจะต้องตายจากโลกนี้ไปหรอ ฉันกลัวมาก... กลัวทุกวินาที กลัวว่าเธอจะจากฉันไป... ฉันไม่อยากให้เธอนอนดึก ฉันอยากให้เธอรักษาสุขภาพ ฉันอยากให้เธอทานข้าวเยอะๆหรือทานข้าวซะบ้าง เธอจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง ฉันไม่สบายใจเลยทุกครั้งเวลาที่เธอไม่ทานข้าว เจ็บในใจอยู่ลึก ลึก กลัวว่าฉันจะเสียนางฟ้าของฉันไป (ในขณะที่เขียนอยู่นี้เองก็กำลังกลัวอยู่เช่นกันฉันไม่อยากให้ฝันร้ายที่สุด ของฉันมันเกิดขึ้นเป็นจริงภาวนาให้นางฟ้ายังนอนหลับอย่างมีความสุขอยู่ใน C1 เพื่อที่จะพร้อมที่จะตื่นไปเรียนในวันนี่ นางฟ้าเอ๋ย เธอจะรู้ใหมว่า ฉันสับสนแค่ไหน... ฉันจะทำตามที่ใจของตนเองต้องการหรือฉันจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดด้วยการ ปฏิเสธในสิ่งที่ใจฉันต้องการ เธอเองก็น่าจะรู้ว่านักบุญอย่างฉันเวลามีเรื่องที่มันต้องขัดกันระหว่างความ รู้สึกกับความถูกต้องมันจะเจ็บปวดแค่ไหน ฉันอยากจะบอกเธอว่า ฉันยอมให้เธอทำพิศวาสฆาตกรรม เพราะว่าอย่างน้อยๆเธอก็รักฉันก่อนที่ฉันจะต้องตายด้วยน้ำมือของเธอ ฉันยอมเธอนางฟ้าของฉัน ทำไมวันนี้ฉันจะต้องตื่นเช้า มานั่งพร่ำ เรื่องราวอันแสนจะไร้สาระ(ความจริงฉันมองว่ามันมีสาระที่สุดในชีวิตแล้ว โอยย สับสน) 7.21 แล้ว อีกไม่นานเธอน่าจะตื่นแล้ว ฉันควรจะโทรไปหาเธอหรือไม่... ฉันจะทำให้นางฟ้าองค์น้อยๆต้องรำคาญหรือไม่ ฉันจะทำให้นางฟ้าของฉันเสียใจหรือไม่... ทำไมฉันต้องกลัวกับอนาคตที่จะยังไม่เกิดขึ้นด้วย ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยให้ตาย... ฉันขอโทษนางฟ้าตอนนี้ฉันไม่ค่อยมีเหตุผลอย่างที่ฉันเคยเป็นเลย ฉันก็คงได้แต่หวังว่าวันหนึ่งเราคงอาจจะได้มีโอกาสบินไปบนฟ้าด้วยกัน ถึงแม้จะเป็นเวลาสั้นๆแต่ฉันคงจะพอใจแล้วที่นางฟ้าจะลงมาพาฉันบินขึ้นไปบน ท้องฟ้ากับเธอด้วย... คงเป็นเพียงแค่ความฝันโอยย อยากเป็น Cinderella มั่งจัง โปรดอ่านมันนางฟ้าที่รัก ฉันขอโทษที่ทำให้เธอต้องเข้าใจผิด ขอโทษที่ทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้(อาการเดียวกัน)(เหรอเปล่า?) ฉันสัญญาว่าเธอจะเห็นฉันอาการปรกติทุกครั้งเสมอที่เธอเห็นฉัน ฉันจะเป็นเดียร์ที่เธอภาคภูมิใจ ฉันจะต้อง... ทำอะไรสักอย่างแล้วนางฟ้า!!! October 24 At last, I'm start understanding... ท้ายที่สุด, ฉันเริ่มจะเข้าใจ... เมื่อไม่นานมานี้ผมได้คุยประเด็นในเรื่องความรักกับเพื่อนรักของผมคนนึง เขาบอกผมว่าจากการใช้กรอบทางมนุษยวิทยาในการตอบปัญหาเรื่องความรักเนี่ย ต้องเข้าใจก่อนว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่มีเหตุผลและชอบที่จะหาข้ออ้างให้กับการกระทำของตนเสมอ ฉะนั้นความรักนั้นก็คือข้ออ้างของการดำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ต่อไป... ประโยคข้างต้นนั้นได้สร้างความคิดที่จะมาเขียนใน Spaces เรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะว่ามันทำให้เกิดการกระทบกระเทือนทางความคิดของผมอย่างรุนแรง เพราะว่าดูจากประโยคข้างต้นนั้นผู้พูดจะพยายามสื่อว่าความรักมันไม่มีจริงมันเป็นเพียงการอ้างการสมมุติเอาเพียงเพื่อข้ออ้างในการดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป จริงๆแล้วความรักมันคืออะไร? ผมเริ่มกลับมาคิดถึงมันอีกครั้ง ดูเหมือนว่ามันก็เป็นเรื่องที่ยากเหมือนกันกับการกลับมาขบคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง สำหรับผมแล้วความรักเป็นสิ่งที่สวยงามมีความหมายในตัวของมันเองอย่างครบถ้วน ความรักเป็นทั้งความหวังและเป้าหมายในการดำรงชีวิตต่อไป เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เราได้ทำสิ่งที่ดีงามและเดินทางสู่ความสำเร็จที่เราได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ผมไม่เชื่อว่าความรักมันจะทำให้คนเราเสียใจได้ คำพูดที่ว่าความรักมันมาพร้อมกับความทุกข์น่ะหรอ ผมว่ามันเกิดจากการที่ผู้รักนั้นมีแต่ความอยากจะครอบครองเป็นเจ้าของและคาดหวังคาดคั้นมากเกินไป จนทำให้เกิดอารมณ์แห่งความผิดหวังขึ้นถ้าหากว่ารักนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ได้หวังเอาไว้(มากมาย) ความรักที่แท้อาจจะเป็นสิ่งที่เล็กๆน้อยๆ เราจูงคนแก่ข้ามถนนก็อาจจะเป็นความรักได้เหมือนกันเพราะว่าเรารักท่านเหมือนปู๋ย่าตายายของเราอยากให้ท่านได้รับความสะดวกสบาย หรืออาจจะเป็นความรู้สึกที่เรามีต่อเพื่อนสนิทที่อยากให้พวกเขายิ้มหัวเราอย่างมีความสุขตลอดไป... ถ้าเกิดว่าจะให้สาธยายถึงความรักสำหรับผมแล้วล่ะก็คงจะอีกนานแน่... ท้ายที่สุด, ฉันก็เข้าใจ... คำพูดประโยคนี้มันเกิดขึ้นเมื่อตอนเย็นวันนี้ อย่างที่ผมได้กล่าวเอาไว้ว่าความรักนั้นมันมีคุณค่าและมีอยู่จริงๆ แต่ ณ วันนี้วันที่ผมเข้าใจความรักจริงๆกลับกลายเป็นวันที่ผมไม่ได้มีคนรักอยู่เหมือนดังแต่ก่อน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าการที่เสียคนรักไปแล้วมันจะทำให้ผมได้เข้าใจได้ ผมเข้าใจมันเพราะว่าการสำรวจเอาความรู้สึกของตนเองและความสงบที่เกิดขึ้นมันทำให้ผมได้เข้าใจความหมายของมันมากขึ้น ผมรู้สึกว่าความรักเป็นสิ่งที่ง่ายขึ้น มันเรียบง่ายและสวยงามขึ้น ไม่ใช่เป็นเพียงความรักแบบหนุ่มสาว แต่มันคือความปรารถนาดีกับทุกสรรพสิ่งรอบๆตัวเรา!!! ความรักนั้นมันเกิดง่ายขึ้นเข้าไปอีก เราเดินออกไปข้างนอกบ้านเห็นหมาเห็นแมวที่หิวโหย แล้วรู้สึกสงสารอยากให้พวกมันได้มีชีวิตที่ดีขึ้น แค่นั้นก็เป็นความหวังดีและเป็นความรักแล้ว มันคือความดีทั้งปวง... เราทำไปเพราะความรักเรารักที่จะให้เขามีความสุข เราต้องการจะให้... ให้โดยปราศจากการรับกลับ ให้โดยหวังเพียงว่าเขาจะมีความสุข... มันคือความรักที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ท้ายที่สุด, ฉันก็เข้าใจว่า ความรักแบบหนุ่มสาวนั้นมันไม่ใช่ความรักที่ชีวิตฉันต้องการจริงๆ เพราะว่าฉันมีความรักอีกหลายแบบที่ยิ่งใหญ่รอฉันอยู่ มีคนอีกมากมายที่รอความช่วยเหลือและรอความรักจากฉัน ต่อจากนี้ไปฉันจะไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ถึงแม้ว่าฉันอาจจะต้องอยู่อย่างเดียวดายต่อไปแต่ฉันก็จะไม่ละทิ้งความรักที่เหลือทั้งหมดในชีวิตของฉัน ฉันจะเลิกรอคอยเพราะว่าฉันไม่ต้องรออีกต่อไป... ขอบคุณเบนซ์เพื่อนรักที่ทำให้ฉันจุดประกายที่จะคิดใหม่เพื่อความเป็นอิสระและค้นพบความรักมากมายในตัวฉัน ขอบคุณครอบครัวที่สร้างฉันมาให้เป็นฉันที่มีความรักอย่างทุกวันนี้ ขอบคุณคณะสังคมสงเคราะห์ที่ทำช่วยสร้างฉันให้มีความรักล้นเหลือเพื่อทุกๆคน ขอบคุณวิชาปรัชญาที่ทำให้ฉันได้มีโอกาสคิดในเรื่องที่ฉันยังหาคำตอบไม่ได้ ท้ายที่สุด, ฉันก็เข้าใจว่า... ฉันรักเธอทุกคน... October 08 ความทรงจำอุ่นๆ ASIA AURA นับได้ว่าเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้วที่ผมเข้ามาอยู่กับวงขับร้องประสานเสียงระดับประเทศ The Bangkok Voices(หรือ The Voicesที่ทุกคนรู้จักกันในอดีต) ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาที่วงก็รู้สึกได้ถึงความสามารถที่ทุกคนมีอยู่ทำให้ผมรู้สึกประทับใจมากกับเพลงที่พวกเราร้องให้ผมฟังในวันแรกนั้นก็คือ Che se tu se'il cor mio เพราะมากจริงๆวันนั้นนั่งฟังอยู่ก็ขนลุกไปเลยเหมือนกัน... ตั้งแต่นั้นผมก็ได้อยู่กับวง The Bangkok Voices มาเรื่อยๆ ต้องขอบคุณคุณหมอกิตติพรกับพี่นุ้ยที่ให้โอกาสผมได้พัฒนาตนเองและพัฒนาขีดจำกัดและความสามารถให้มากขึ้น และอีกคนนึงที่ผมจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือพี่ชัยที่เป็นคนชวนผมกับพี่ปอมให้มีโอกาสมาที่ The Bangkok Voices แห่งนี้ด้วย 2 ปีที่ผ่านมานี้มีเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเรามากมายทั้งมีความสุขและความเศร้าปะปนกันไป มีหลายเรื่องที่พวกเราได้ร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้ทำในสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ในช่วงเวลาอันสั้นตามแบบฉบับของคำพูดของ Alfred(อดีต Conductor)ที่เขาบอกว่า "Voices MIRACLE" พวกเราสามารถสร้างปาฏิหารย์ได้ด้วยความทุ่มเทและความตั้งใจของทุกคน ทุกคนได้แสดงให้ผมเห็นแล้วว่าพวกเราเป็นหนึ่งเดียวกันจริงๆเวลาที่เราออกไปแสดงต่อหน้าผมชมพวกเราทุกคนเต็มที่ไม่มีใครยั้งกันเลยทีเดียวด้วยจิตวิญญาณแห่งการขับร้องประสานเสียงที่พวกเรามี สิ่งหนึ่งที่ัยังคงติดอยู่ในความทรงจำของผมนั่นก็คือเพลงๆหนึ่งที่เป็นเพลง Official Song ของ 1st Asian Choir Games ที่ Jakarta, Indonisia นั่นคือเพลง Asia Aura ซึ่งเป็นเพลงที่ทำให้ผมรู้สึกฮึกเหิมมากในตอนนั้น ผมได้ข่าวมาว่าน้องมนตรี(สมาชิกอีกคนหนึ่งของ The BKK Voices) มีเพลง Asia Aura นี้ผมรู้สึกแปลกใจมากๆที่น้องเขาหาเพลงนี้มาได้ยังไง ผมก็ได้จากน้องมนตรีมาฟัง ความรู้สึกเหล่านั้นยังคงตราตรึงอยู่ในใจผมอยู่เลย ความรู้สึกเหล่านั้นมันช่างสดใหม่เสียยิ่งกระไร เหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเร็วๆนี้เอง (ความคิดที่แวบขึ้นมาก็คือพวกเราตื่นเช้าเพื่อที่จะไปซ้อมที่ห้องแข่งแบบง่วงมากมาย 555+) http://www.musica-mundi.com/fileadmin/Media/ACG/The%20Official%20Song/ASIA%20AURA.mp3 อันนี้เป็น Link ที่จะไป Download เพลง ASIA AURA จาก Web ของ Musica Mundi ที่เป็นองค์กรในการจัดพวก Choir Olympic และ Asian Choir Games ครับเพลงนี้เพราะมากจริงๆอยากให้ทุกคนได้ฟังดู ผมเองก็ได้แต่หวังว่าพวกเราคงจะได้พบกับประสบการณ์ที่แสนวิเศษนี้อีกครั้ง ความรู้สึกที่พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกันและพร้อมที่จะสู้เพื่อที่จะแสดงให้โลกได้เห็นว่าพวกเราคนไทยก็ทำได้และสามารถมีที่ยืนในฐานะวงขับร้องประสานเสียงระดับโลก ก็แน่นอนที่สุดว่าพวกเราจะต้องกลับไปป้องกับ Champ เหรียญทองใน Category Mixes Chamber และ Gospel & Spiritual ใน 2nd Asian Choir Games ที่จะจัดขึ้นที่เกาหลีใต้ กรกฎาคมปีหน้า ก็หวังว่าพวกเราจะทำได้ดีเหมือนที่ผ่านๆมา แต่ที่แน่ๆก็คือปลายปีนี้พวกเราจะมี Concert ที่กทม.ในช่วงต้นเดือนธันวาคมและปลายเดือนธันวาคมพวกเราจะไปแสดง Tour Concert กันที่เชียงใหม่ซึ่งก็ต้องผ่านมันไปให้ได้เสียก่อน...ลุยไปด้วยกัน The (MIRACLE) Bangkok VOICES!!! |
|
|