The RhyThm's profileThe RhyThm® SeriesPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 22

    The Great Mission: Solo Once Again!!!

              ละแล้ววันนี้ก็มาถึงวันซึ่งผมคิดว่าสักวันมันจะต้องมาถึงจนได้ไม่ช้าก็เร็ว เป็นวันที่ผมได้ผลัดผ่อนทุกๆคนเอาไว้นานแล้ว...แต่พอถึงตอนนี้ผมไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงน่าที่นี้ได้อีกแล้ว...ครับแน่นอนที่สุดผมจะทำให้ดีที่สุดทั้งๆที่ก็รู้ว่ามันก็ไม่อาจจะดีที่สุดได้...
              ตั้งแต่อดีตกาลมาที่รุ่นพี่ที่มีความสามารถของพวกเราได้ฝากลวดลายและฝีมือเอาไว้กับการร้องเพลงหลายๆครั้งซึ่งก็อาจจะกล่าวได้ว่ายังมีอีกเพลงหนึ่งที่นับได้ว่าเป็นเพลง "สุดยอด" ของชุมนุม TU Chorus ของเรานั่นก็คือเพลง "คนดีมีค่า" เป็นเพลงที่แต่งให้ท่าน อ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ ท่านผู้ประศาสน์การของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นเพลงที่มีความหมายและกินใจพวกเราชาวธรรมศาสตร์มากๆ ซึ่งพี่นิตได้เคยร้องเอาไว้ในงานรับเพื่อนใหม่และโอกาสพิเศษๆหลายครั้งหลายคราซึ่งก็สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ยินและได้ฟังเอาไว้มากมาย รวมไปถึงพี่ปอมที่ได้เคยร้องเพลงนี้ร่วมกันกับพี่นิตซึ่งก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผมอยากที่จะสร้างงานศิลปร่วมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกวง TU Chorus ที่ผมรักยิ่งนี้อีกด้วย สามารถกล่าวได้โดยสรุปได้เลยว่าชุมนุมของเรานั้นมีหลายๆคนที่ได้ฟังเพลงคนดีมีค่าแล้วรู้สึกอยากจะเข้ามาชุมนุม
              มยังจำได้ผมเคยได้ Solo เพลงคนดีมีค่านี้ครั้งหนึ่งในงานวันรับเพื่อนใหม่ที่ มธ. รังสิต ตอนที่ผมอยู่ปี 1 กำลังจะขึ้นปี 2 ซึ่งในงานนั้นเองอันที่จริงแล้วพี่นิตจะต้องมา Solo แต่ด้วยความที่พี่นิตมาถึงรังสิตไม่ทันร้องเพลงคนดีมีค่าผมจึงต้องรับหน้าที่มาร้องแทนในใจตอนนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความหวาดหวั่นใจแต่ก็ดูเหมือนกับว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดีซึ่งในตอนนั้นผมก็ร้องด้วยความกดดันพอสมควรเพราะว่าดูเหมือนจะมีคนที่อิจฉาผมที่ได้ร้องในครานั้น ผมอยากจะบอกกับเขาว่าผมไม่ได้ต้องการที่จะออกไปร้องเลยมันเป็นความจำเป็นจริงๆตะหาก...
              มื่อไม่นานมานี้ผมได้รับข่าวสารเรื่องงานที่จะต้องร้องจากน้องแนนประธานชุมนุมฯ/แฟนผมว่าทางมหาวิทยาลัยได้ติดต่อให้ไปร้องเพลง "คนดีมีค่า" ในละครเวทีของมหาลัย ซึ่งงานนี้นั้นจะมีคนมาดูเยอะมากเพราะว่าเป็นละครเวทีที่เล่าถึงประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัยด้วย ซึ่งก็ดูๆไปแล้วค่อนข้างที่จะ Serious กันพอสมควรเลยเพราะว่างานนี้ก็เป็นหนึ่งในชื่อเสียงของมหาลัยถ้าหากว่าทำได้ไม่ดีก็จะเป็นที่อับอายได้ ซึ่งผมก็ได้รับการชักชวนจากพี่นิตให้มาร้อง Solo ในท่อน Baritone Solo ในช่วงกลางเพลง ซึ่งในวันนั้นเองพวกน้องๆและพี่ปอมก็อยู่ด้วยผมรู้สึกว่าไม่ค่อยจะมีความมั่นใจสักเท่าไรเลย... ผมร้อง E ไม่ไหว... ผมจะทำอย่างไรดี...
              มื่อวานนี้ได้คุยกับพี่ปอมเกี่ยวกับเรื่องนี้พี่ปอมก็บอกว่าอย่าไปคิดมากให้คิดเสียว่าเราเป็นนักร้องคนหนึ่งที่ไม่ได้ร้อง Bass โน้ตมันมายังไงก็ร้องไปยังงั้น มันก็ทำให้ผมรู้สึกสบายใจได้เล็กน้อย เพราะว่าพี่ๆทำเอาไว้ดีเหลือเกิน ด้วยเวลาที่จำกัดที่จะต้องซ้อมให้ออกมาร้องได้ดีๆ เหลืออีกไม่ถึงเดือนผมคงจะต้องพยายามให้ถึงที่สุดเพื่อทุกๆคน น้องๆ พี่นิต พี่ปอม ครูฝน และน้องแนน
              อทุกคนเอาใจช่วยผมด้วย ผมหวังว่าทุกอย่างจะออกมาดี ผมคงจะต้องฝากชีวิตผมไว้กับ Choir ของผมน้องๆ ไอ่ณุ พี่จั๊ม จิ๊กกี้ พี่ปอม พี่นิตและอีกหลายๆคน... ถ้าผมมีพวกเขาเหล่านั้นอยู่ในเพลงแล้วผมจะไม่มีวันทำให้พวกเขาผิดหวังเด็ดขาด

    ปล. เรื่องฝึกงานก็ดีขึนเรื่อยๆเริ่มที่จะทำใจได้บ้างแล้วขอทุกคุณอย่าเป็นห่วง ผมสบายดีแล้วจ้า
    April 06

    Why should I surrender when I have anyone's arms...

              ผมเริ่มถามตัวเองอีกครั้งถึงเรื่องการมีอยู่และการดำรงอยู่ของชีวิตและตัวผมเอง ผมไม่รู้ว่าเป็นปรกติของคนเราหรือไม่ถ้าหากว่าเกิดช่วงเวลาที่มีความทุกข์ในชีวิตคำถามเหล่านี้จะผุกขึ้นมาด้วยกันทุกคนหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆทุกคนก็คงจะรู้แล้วล่ะว่าผมต้องมึความทุกข์อยู่แน่นอนเลย ผมรู้สึกว่าการฝึกงานครั้งนี้มันไม่ค่อยจะเป็นอย่างที่ผมนั้นหวังเอาไว้สักเท่าไร แต่ก็หลังจากที่ผมก็ได้ทำใจเอาไว้แล้วในช่วงแรกแล้วว่าไม่ให้หวังอะไรแต่มันก็อดตั้งความหวังเอาไว้ลึกๆไม่ได้...ทุกคนก็คงจะรู้ว่าผมเองเป็นคนที่ใช้ชีวิตที่มีความสุขโดยการเดินตามความฝันด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยมแต่เมื่อบางครั้งบางคราที่มันไม่ได้เป็นไปตามหวังมันก็ย่อมที่จะมีอาหารเสียใจบ้างไม่มากก็น้อย ผมรู้สึกว่าชีวิตการฝึกงานในช่วง Summer นี้ช่างเป็นช่วงที่วุ่นวายแต่ก็ดูเงียบงันแฝงไว้ด้วยความไม่แน่นอน ครั้งแรกที่ผมได้ทราบว่ามีการเปลี่ยนหัวหน้าฝ่ายและเขาจะไม่รับผมเข้าฝึกงานด้วยเหตุผลบางอย่างผมก็ทำใจไปได้แล้วว่ามันต้องมีปัญหาเป็นแน่ถ้าเกิดว่าเราได้ไปฝึกงานอยู่ที่นั่น ตั้งแต่วันแรกมาจนถึงตอนนี้ผมได้แต่ภาวนาให้เวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับแค่เรากำลังจมอยู่ในฝันร้ายและเมื่อเราตื่นขึ้นมาเราก็จะได้พบกับความสุขอีกครั้ง พี่ๆที่สำนักงาน พี่ดวง พี่หนึ่ง พี่สุรัช พี่ดา พี่เอื้อม พี่รัน และพี่ๆอีกหลายคนที่ผมไม่ได้เอ่ยชื่อ ลุงปิ ป้าแจ๊ด พี่อู๊ด ผมต้องขอขอบตุณท่านเหล่านี้มากเพราะว่าพวกท่านทำให้ผมรู้สึกว่าการที่ผมฝึกงานอยู่นี้ผมมีความหมายสำหรับใครอยู่บ้าง หลังจากฝึกงานเริ่มต้นจนถึงวันนี้ก็นับเวลาได้เกือบจะ 1 เดือนแล้วผมไม่อยากจะเชื่อว่าเวลาสั้นๆเท่านี้จะทำให้ความเชื่อมั่นและความศรัทธาในวิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ลดลงไปมากถึงขนาดนี้... จนถึงขั้นว่าเทอมหน้านี้จะจัดตารางสอนใหม่เพื่อที่จะเลิกเรียนวิชาในคณะสำหรับตัวที่เป็นวิชาเลือกแล้ว ผมตั้งใจไว้ว่าจะมาลงวิชาปรัชญาแทนซึ่งผมก็อยากที่จะเข้าใจตนเองและเข้าใจโลกให้มากกว่านี้เผื่อว่าความศรัทธาของผมจะกลับคืนมาอีกครั้ง
              นช่วงนี้ผมมีโอกาสได้กลับมาฟังเพลงของ The Carpenters อีกครั้ง(เมื่อนึกได้ก็จึงเปิดเพลง I need to be in love โอ้อะไรจะอินเพียงนี้ เพลงนี้ดูเศร้าๆเสียใจและผิดหวังแต่ท้ายที่สุดเขาก็บอกว่า I'm alright...ซึ่งก็เหมือนกับว่าไม่ว่าสิ่งใดที่เข้ามาจะร้ายเพียงใดก็ต้องทนสู้ต่อไปให้ได้) มันทำให้ผมนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่ผมได้ฟังเพลงของเขาแรกๆ ผมจำได้ว่าผมร้องไห้ ร้องไห้ทำไมน่ะเหรอ ผมจำได้ว่าผมถามคุณป้าตุ๊กว่าคนร้องเนี่ยเป็นใครคุณป้าผมก็บอกว่าชื่อ The Carpenters แล้วผมก็ถามต่อว่าตอนนี้เขาอยู่ไหนคุณป้าผมบอกว่าเธอเสียชีวิตแล้วด้วยอาการที่เรียกว่าอะไรก็ไม่ทราบแต่ตอนนั้นคุณป้าผมบอกว่าเธอทานยาลดความอ้วนจนร่างกายไม่รับอาหารและเสียชีวิตในที่สุด ผมร้องไห้ไม่หยุดด้วยความสงสารและเสียดายในเสียงร้องและบทเพลงที่มีความหมายของเธอ...จนมาถึงเร็วๆนี้คุณแม่ผมก็บอกว่าเธอก็มีแฟนแต่เธอไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัวเธอเลิกกับแฟนของเธอมันเลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเป็นอย่างที่เห็น...ถึงตอนนี้ได้ฟังเพลงของเธอทีไรก็อดซึมๆไม่ได้...เฮ่อ....
              ลายครั้งเหมือนกันที่ผมคิดจะยอมแพ้เอาซะดื้อๆ มันเหมือนไม่อยากจะทำอะไร แต่ก็ยังอยากจะทำอะไร มันเป็นความรู้สึกที่ขัดแย้งกันในเวลาเดียวกัน ผมก็อดกลับไปคิดถึงคนที่อยู่ข้างผมไม่ได้ ครอบครัว เพื่อนๆ สุวรรณฯ เพื่อนที่ร่วมชะตากรรมฝึกงานด้วยกัน เพื่อนๆในวงการร้องประสานเสียง และที่ไม่กล่าวไม่ได้เลยก็คือ น้องแนน คนเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกว่าถ้าผมยอมแพ้ไปพวกเขาก็พร้อมที่จะยิ้มรับและโอบกอดผมด้วยอ้อมแขนที่อบอุ่น แต่ผมจะยอมแพ้ทำไมล่ะไหนๆก็ไหนๆแล้วเอามันสักตั้ง
              อนนี้ผมรู้สึกแย่มาก ผมได้แต่หวังว่าผมคงจะดีขึ้นในเร็ววันนี้ ขอให้ทุกๆคนช่วยเป็นกำลังให้ผมต่อไปด้วย ผมพูดจริงๆว่าผมขาดพวกคุณไม่ได้จริงๆ เอาไว้เจอกันโอกาสหน้าที่ผมรู้สึกดีกว่านี้ก็แล้วกันนะ