The RhyThm's profileThe RhyThm® SeriesPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
July 25 The Perfect Storm - ความวุ่นวายก่อนการล่มสลาย สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ผมเองก็ไม่ทราบดีเหมือนกันว่า มันเกิดขึ้นด้วยจุดประสงค์อะไรแต่ที่แน่ๆ ผู้ที่พูดนั้นจะต้องไม่หวังดีกับผู้ใดผู้หนึ่งอย่างแน่นอน การใส่ร้ายป้ายสีนั้นเป็นเรื่องที่ ส่วนตัวผมไม่ชอบเป็นที่สุดอยู่แล้ว ช่วงชีวิตที่เรียกได้ว่าดีที่สุด ได้ร้องเพลงซ้อมร้องเพลงทุกวัน มันเป็นอะไรที่ผมไฝ่ฝันอยู่แล้ว แต่ก็ต้องมีเหตุให้ต้องเกิดเรื่องราวที่ไม่คาดฝันขึ้นกับผม เรื่องนี้ทำให้ผมไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มพูดอะไรจากตรงไหนดี ผมเพิ่งจะรู้สึกว่าการอยู่วงขับร้องประสานเสียงมากกว่า 1 วง เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ หลังจากที่ได้คิดตรึกตรองเอาไว้มาเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็อดใจต่อความเย้ายวนต่อบทเพลงเหล่านั้นไม่ได้... ทำให้ต้องอยู่ในวงขับร้องประสานเสียงมากกว่า 1 วง สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่ามันเป็นความสกปรกและเป็นจุดประสงค์ที่ไม่ดีของผู้พูดที่จะเล็งให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผม... ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนในการดำรงชีวิตอย่างใหญ่หลวง เป็นตัวอย่างที่ดีว่า บางครั้งที่เราอยู่เฉยๆก็มีเรื่องเกิดขึ้นกับเราได้จากการกระทำของผู้อื่นตลอดเวลา...
ถึง...ที่รักและเคารพ ตั้งแต่การซ้อมครั้งที่แล้วผมได้เห็นสีหน้าและแววตาของท่านผมรู้สึกว่าท่านกำลังมีความทุกข์อยู่ ขอให้ท่านจงคลายความทุกข์ที่มีนั้นและขอให้ท่านจงมีความสุขโดยเร็ว
ถ้าถึงเวลาจะต้องเลือก...สิ่งใดสิ่งหนึ่งข้าพเจ้าจะขอไม่เลือกสิ่งใดเลยแม้แต่สิ่งเดียว ถ้า...สิ่งที่ข้าพเจ้าทำอยู่นี้จะต้องทำอยู่กับคนที่ทำร้ายข้าพเจ้าโดยทั้งทางตรงและทางอ้อม ขอให้สิ่งที่ท่านทำนั้นมันส่งผลถึงท่านเถิด... July 05 The Awakening of The RhyThm's Spirit ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกันนะช่วงหลังๆมานี้รู้สึกว่าการเรียนเป็นเรื่องตลกไปเลยอ่ะ วันๆก็ไม่ได้ทำอะไรโน่นๆนี่ๆ หมดไปกับการซ้อมร้องเพลง เดี๋ยวนี้ต้องยอมรับว่าซ้อมหนักกว่าเรียนเสียอีก อันนี้ก็ช่วยไม่ได้อ่ะนะครับ มีความรู้สึกอีกหลายๆอย่างทั้งที่ดีแล้วก็ไม่ดีมากมาย รู้สึกว่าจิตวิญญาณแห่ง The RhyThm ได้ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งแล้ว ผมเร่มรู้สึกว่าชีวิตนี้มันจะต้องมีเป้าหมายมากกว่าการที่แค่เรียนจบมีงานทำที่ดี ตอนนี้ผมยังมองไกล้ๆไปถึงวง TU Chorus ที่สร้างผมมา The Voices ที่ทำให้ผมเดินผ่านก้าวที่สำคัญ และ TYC ที่จะทำให้ผมได้ผ่อนคลายกับการร้องเพลงกับน้องๆเด็กๆ มันก็เลยมีความคิดว่ถ้าอย่างนั้นทำไมเราไม่ไปเรียนดนตรีให้รู้เรื่องรู้ราวกันไปเลย เพราะว่าในใจตอนนี้ก็อยากจะร้องเพลงออก Concert แทนการสอบกลางภาคแล้วล่ะ(เป็นเอามากนะนี่) อ่อ ผมลืมเล่าเรื่องที่ไปร้องงานปฐมนิเทศ TYC ให้ฟังเลย วันนั้นก็เป็นเรื่องต่อเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 30 เพราะว่าเมื่อวันที่ 30 หลังจากที่ผมได้ซ้อมที่ TU Chorus เสร็จแล้วก็ได้มีโอกาสนัดพี่ต้นแห่ง Voices ไปโจ้(เล่น) เกมส์กันที่ร้าน The Grand ย่านเกษตร เป็นอะไรที่แจ่มมากเลยครับ ชม.ละ 10 บาทจอเป็น LCD Net แรงการ์ดจอไม่มีกระตุกแหม อะไรจะเจ๋งขนาดนั้น ก็เล่นกันถึงประมาณ เที่ยงคืนเห็นจาได้อ่ะครับก็ได้เวลาที่จะต้องพากันกลับบ้านผมซะแล้ววันนี้พี่ต้นไปค้างบ้านผมอ่ะครับ เพราะว่าพรุ่งนี้จะได้ออกไปด้วยกันเลยยย ก็ตอนเช้าก็นอนเกลือกกลิ้งกันพอสมควรก่อนที่จะได้ฤกษ์เดินออกจากห้องนอนออกไปอาบน้ำแต่งตัว... ด้วยความที่กลัวว่าจะสายก็จึงได้รีบบบออกจากบ้านกันก็ทำให้พวกเรา(ผมกับพี่ต้น) ไปถึงตั้งแต่ 11.00 เฮ่อๆ เห่อมากครับท่าน(ขออนุญาติ) วันนั้นด้วยความที่พวกเรารีบออกจากบ้านมากก็ทำให้ไม่ได้เข้าห้องน้ำอึที่บ้านเมื่อถึงที่ศูนย์วัฒนธรรมก็หาห้องน้ำเข้ากันใหญ่เลยอึเอาฤกษ์ซะเลย ก็นั่งรอเดินไปนั่งโน่นนั่งนี่ อยู่ได้ตั้งน้านนนเลย กว่าจะได้ขึ้นไปลงทะเบียนแล้วก็ไปเจอกับพี่ๆเพื่อนๆจากทั้ง TU Chorus และ Voices
ลุ้นกันแทบตายเพราะว่างานเข้าจะเข้าไกล้ช่วงสุดท้ายในช่วงเช้าแล้ว ก็รอให้ Ian มาให้ทันเพราะว่า Taxi เขาไปผิดที่ไม่รู้ทางเกือบไปแล้วล่ะ Ian ก็เข้าไปร้อง 2 เพลงก็คือ Fire Fire My heart และ บทเพลงพระราชนิพนธ์ชะตาชีวิต เวลาร้องก็มองลงไปข้างล่างก็เห็นคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองชอบยิ้มกันใหญ่แหม อารายจะขนาดนั้น หลังจากนั้นเมื่อออกมาก็ได้มีโอกาสนั่งคุยกับ Ian เป็นครั้งแรกที่คุยแบบจริงๆจังๆ (เห็นอย่างนั้น Ian เนี่ยหัวงูเหมือนกันนะ ดีแล้วล่ะที่หัวงู...) จากนั้นก็ได้เข้าไปซ้อมอยากจะบอกว่าเพลง Didn't my lord deliver ผมมองว่าค่อนข้างยากสำหรับเด็กๆที่พื้นฐานน้อยเพราะว่ามันจะเป็นลักษณะของ Syncopation ส่วน Choral Fanfare ก็ไม่ต้องพูดถึงยากส์โคตรๆไปเลยสำหรับเด็กๆ จะไหวกันมั๊ยน้า ก็ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะสามารถทำให้วงนี้ออกมาดีได้
เรื่องวันนั้นมันก็ประมาณนี้ แต่ความรู้สึกก็คืออยากจะร้องที่ TU Chorus, Voices เนี่ยเป็นหลักๆ ส่วนที่ TYC เนี่ยร้องขำๆ ช่วงวงเขาให้ดีขึ้นให้ได้ชื่อว่าเป็น "The RhyThm Emprove your choir, Choose The RhyThm..." ตอนนี้ก็รู้สึกว่าตัวเองเดินขึ้นไปอีกเกือบจะ 1 ก้าวแล้ว เพราะว่าทุกครั้งที่ซ้อมที่ Voices ไม่เคยเจ็บคอเลย รู้สึกว่าได้ร้องอย่างเปิดๆอย่างเต็มที่บวกกับได้เจอกับระดับเทพของวงการ พี่เต๋อลาสุดก็ได้สอนเรื่องร้องและก็การใช้เสียง ส่วนพี่นุ้ยยังไม่ได้เจอเลยสัปดาห์ที่ผ่านมาเพราะว่าพี่นุ้ยติด Figaro ไม่ได้มาซ้อม คิดถึงเหมือนกันนะพี่นุ้ยนะ หลอนๆเหมือนกันว่าจะร้องไม่ได้ถ้าไม่มีพี่นุ้ย แต่เมื่อวันจันทร์และวันอังคารที่ผ่านมาก็ได้ร้องคนเดียวมาตลอด หลังจากที่ซ้อมเสร็จ วันอังคารก็ได้ไปทานข้าวกับอาหมอ มีอยู่ประโยคหนึ่งพี่จืดถาม "Benedict ร้องคนเดียวเหรอเปล่า Bass 2" ผมก็ตอบว่า "ใช่พี่ พี่นุ้ยไม่อยู่" จากนั้นพี่จืดก็ตอบมาว่า "ใช้ได้ ใช้ได้" โอ้แทบลอยเหมือนกันนี่เราเนี่ย ถ้าเทียบกับนักร้องจากวงอื่นๆ(ที่ไม่ใช่ Voices) แล้วระดับของผมถือว่าอยู่ในขั้นที่พอใช้ได้เลยทีเดียว การที่ผมกล้าพูดแบบนี้เพราะว่ามันมีข้อเปรียบเทียบหลายๆอย่าง
ส่วนเรื่องเกี่ยวกับ Concert ของชุมนุมที่ TU Chorus มีแนวโน้มว่าจะได้จัดโดยการที่ผม พี่นิต ณุ เป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเพราะว่าเนเขาไม่อยากจัด(รึเปล่าวะเน) ยังไงก็ต้องให้ได้รับความเห็นชอบจากเนก็จะดีมาก แต่เราก็จะต้องมีความเกรงใจและให้เกียรติเน ในฐานะที่เนเป็นหัวหน้าและประธานที่ดูแลเราอย่างดีเสมอมา ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของการเตรียมเพลงและรูปแบบการแสดงของ Concert รวมไปถึงชื่อของ Concert ด้วย ผมอ่ะอยากร้อง Concert นะ(เหมือนเดิม) แต่ก็ไม่ได้อยากเป็นผู้จัดอ่ะเพราะว่าเป็นผู้จัดนี่เหนื่อยมากๆเลยเหมือนตอน CKT เลยเหนื่อยโคตรๆ แต่คิดว่างวดนี้จะไม่โหดหินเหมือนครั้งนั้นแล้ว เพราะว่ามันเป็น Concert ของเราเอง เมื่อลองมองไปในอนาคต ถ้าเราสามารถดันให้เกิด Concert ได้ทุกปีล่ะก็จะเป็นการดีกับสมาชิกชุมนุนเป็นอย่างมากเพราะว่า Level จะเด้งขึ้นอย่างต่อเนื่อง หึหึ ไม่เก่งก็ให้มันรู้ไปดิคับ
เมื่อวานนี้มีโอกาสได้ไปดูหนังกับพี่นิตกับพี่จัมพ์และณุเรื่อง The Transformer โอ้พระเจ้าจอร์ชเป็นหนังที่มันส์สุดยอดไปเลยอ่ะ ไม่มีเวลาของความน่าเบื่อเลยเดินเรื่องได้กระชุบและไม่น่าเบื่อบวกกับมุขในหนังที่ทำให้คนดูได้ขำตลอดเวลา ผมขำเรื่องที่ไอพระเอกมันเห็นบับเบิ้ลบีเป็นครั้งแรกมันบอกว่าญี่ปุ่นต้องสร้างมันมันต้องมาจากญี่ปุ่นแน่เลย ผมล่ะขำกลิ้งเลย... ยังมีอีกหลายแก๊ก หนังเรื่องนี้ได้สอนในหลายๆเรื่องเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพ ขนาดท่าน Optimus Prime ยังมองเห็นในเรื่องแบบนี้เลยเราเป็นคนแท้ๆก็ต้องมองกันมากๆเรื่องสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ เพราะมันคือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความวัฒนของมนุษยชาติ....
เอาล่ะวันนี้หอมปากหอมคอเดี๋ยวจะมีคนแซวอีกว่าเราเขียนเยอะ ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีเหงาบ้างแต่ก็ไม่เป็นไรอยู่แบบเหงาๆนี่แหละจะได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น รอวันนั้นรอวันที่จะมีคนที่เรารักและรักเราจริงๆ ก่อนที่จะถึงวันนั้นก็ขออยู่แบบนี้ไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวเกิดรักคนผิดเสียใจอีกก็คงแย่เหมือนกัน... |
|
|