The RhyThm's profileThe RhyThm® SeriesPhotosBlogListsMore Tools Help
    September 29

    My First Choral Conducting... ตอน 2 (The Result with enchantness)

              สวัสดีครับเป็นอย่างไรกับบ้างเนี่ย หวังว่าจะสบายดีกันถ้วนหน้านะครับ ช่วงนี้อากาศไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ฝนตกหนักมากๆในช่วงเย็นๆค่ำๆครับ อย่างไรก็อยากจะให้รักษาสุขภาพนะครับ และขอให้ช่วยส่งกำลังใจไปให้คนฟิลิปปินส์ที่ประสบภัยจากอุทกภัยและพายุ ขอให้พวกเขารอดปลอดภัยและได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากภาคส่วนต่างๆในโลก หรือว่าที่มันมีพายุพัดเข้าสู่ฝั่งบ่อยขึ้นอาจจะเป็นผลพวงมาจากภาวะโลกร้อน ยังไงถ้าจะใช้พลังงานหรือทรัพยากรธรรมชาติก็อย่าลืมนึกถึงคนรุ่นต่อไปด้วยนะครับ นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของจริยศาสตร์(Ethics) เช่นเดียวกัน
              อ่า...เรามาพูดกันถึงเรื่องงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาดีกว่าครับ ก็เป็นงานต่อเนื่องมาจากงานวันจันทร์ครับ ซึ่งงานวันจันทร์นี้เราจะดูแป๊กๆ เพราะว่างานของเราเหมือนกับงานขั้นรายการของเหล่าอาจารย์ที่กำลังรับประทานอาหารในงานเลี้ยงเกษียณอายุของอาจารย์(ในคณะศิลปศาสตร์) ซึ่งอาจารย์ท่านก็ดูงงๆเหมือนกัน แต่ Result ก็ออกมาค่อนข้างดีครับ อาจารย์ท่านก็ชอบกันเป็นส่วนใหญ่ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือปัญหาเดิมๆคือเรื่องห้องที่ไม่ค่อยจะเหมาะสมกับการแสดงและบรรยากาศที่มีเสียงคุยกันจอแจ แต่นั่นแหละครับมันก็อาจจะเป็นธรรมดาสำหรับการแสดงในลักษณะแบบนี้ 
              ในวันศุกร์นั้นผมก็ได้ตื่นนอนตอนประมาณเก้าโมงกว่าครับ แล้วก็เตรียมข้าวเตรียมของในเรื่องของชุดที่จะต้องใช้แสดง(ชุดที่จะใช้แสดงนั้นมีความสำคัญของผมมากเสื้อเชิร์ตข้างในนั้นเป็นเสื้อเชิร์ตที่ใช้แสดงของวง The Bangkok Voices สีขาวที่ทำให้ผมมีความมั่นใจอยู่เสมอและรู้ึสึกเหมือนถูกล้อมรอบด้วยเหล่าดวงดาวทั้งหลาย ส่วนเสื้อสูทตัวนอกนั้นเป็นเสื้อสูทสำหรับการแสดงคอนเสิร์ตขับร้องประสานเสียงครั้งแรกของผม The Color of Life กับ TU Chorus สมัยที่ผมอยู่ชั้นปีที่ 1 เมื่อ 5 ปีที่แล้วผมยังจำความรู้สึกได้ดีเพราะว่าเสื้อสูทชุดนี้ได้ทำให้ผมระลึกถึงรากเหง้าและที่มาว่าทำไมเราถึงมีวันนี้ได้...) หลังจากที่เตรียมชุดเรียบร้อยแล้วผมก็ได้ไปทำธุระส่วนตัวอาบน้ำและซ้อมเพลงอีกนิดหน่อยเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะพร้อมในการแสดง ก่อนทีผมจะออกจากบ้านก็มีน้องๆโทรมาบอกว่าให่้เขียนประวัติเกี่ยวกับการขับร้องประสานเสียงให้เขาด้วยเพราะว่าทางอาจารย์ที่เป็นพิธีกรจะนำเอาไปพูด ผมก็เลยมานั่งเขียนแบบย่อๆเริ่มตั้งแต่ที่เข้าชุมนุม TU Chorus จนถึงตอนนี้กับ The Bangkok Voices ก็รีบที่สุดแล้วครับ จากนั้นเมื่อโทรไปหาน้องเก่งที่เป็นประธานชมรมก็โทรไม่ติด(ยังดีที่มีเบอร์น้องอีกคน) เพราะว่าโทรศัพท์น้องเก่งนั้นหายพอดี!!! เกือบแย่เหมือนกันครับ 
              หลังจากนั้นผมก็ได้ออกจากบ้านเพื่อที่จะไปสู่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาเมฆ(กรุงเทพ) ซึ่งผมก็นัดน้องๆ้เอาไว้ในห้องที่เดิมที่พวกเราเคยซ้อมกันในวันจันทร์ แต่เมื่อผมมาถึงห้องนั้นแล้วผมก็รู้สึกแปลกใจว่าทุกๆคนหายไปไหน ผมก็รอสักพักก็ไม่ได้เห็นใครเข้ามาเลย จนกระทั่งผมเห็นน้องๆ ในชุมนุมไปเดินรวมตัวกันที่ศาลพระภูมิ เพื่อที่จะไปไหว้ศาลพระภูมิเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย ผมก็เลยออกไปด้วยครับ ซึ่งผมก็ได้เห็นน้องเก่งที่ด้านนอกแล้วนอกเขาก็บอกว่าโทรศัพท์หายครับ โชคดีที่ผมสามารถติดต่อกับพวกเขาได้ แล้วผมก็ได้รู้ว่าที่ๆแสดงในวันนี้ไม่ได้แสดงที่ในฝั่งราชมงคลฯ มหาเมฆ ครับ แต่พวกเราไปแสดงกันอีกฝั่งหนึ่งครับ เป็นหอประชุมของ ราชมงคลฯ กรุงเทพ(เทคนิคกรุงเทพ) ซึ่งหอประชุมนั้นจะมีขนาดใหญ่เป็น 4 เท่ากับห้องที่เราเคยแสดงไปในวันจันทร์ครับ งานนี้ผมก็เป็นห่วงมากๆเกี่ยวกับเรื่อง Mic และเรื่องเสียงว่าจะได้ยินกันทั่วหรือไม่ เมื่อเราเจอทุกคนแล้วเราก็ได้รีบรวมพลเดินไปที่ฝั่ง เทคนิคกรุงเทพ เมื่อเราถึงที่นั่นเราก็ได้ไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันที่บริเวณรอบๆที่นั่นครับ เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้าไปที่นั่น อยากจะบอกว่าบรรยากาศดีมากเลยครับ น่าอยู่ ก็ได้ไปไหว้พระวิษณุกรรม ด้วยครับ ก็ขอให้ท่านช่วยดลบันดาลให้การแสดงของพวกเราราบรื่นครับ
              จากนั้นพวกเราก็ได้เดินเข้าไป Sound Check กันที่หอประชุมครับ อยากจะบอกว่างานนี้ไม่หมูนะครับ เพราะว่าไมค์ก็เป็นไมค์พูดปรกติ เพียงแค่ 4 ตัว สภาพ Hall มีลำโพงแค่ 2 ตัีวด้านหน้าเท่านั้นเองครับ กล่าวได้ว่ามันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการนี้จริงๆ ผมก็ได้เริ่มบอกน้องๆว่าจะต้องร้องดังกว่าเดิมประมาณ 1.5-2 เท่าจากที่เคยซ้อมๆกันอยู่ เพราะว่าไมค์และสภาพ hall ที่แสดงนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการขับร้องประสานเสียง ผมก็ได้ให้น้องๆลองร้องโน้ตตัวเดียวก่อนเพื่อที่จะฟังว่าออกมาเป็นอย่างไร แล้วก็ได้ให้ร้อง Harmony Cmaj แต่ดูเหมือนว่าไมค์จะต้องจัดอย่างระมัดระวังเพราะว่างานนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะว่าผู้ชายมีเพียง 6 คนแต่ผู้หญิงในส่วนของ Alto และ Soprano นั้นมีรวมกันถึง 20 คน ผมจึงขอให้ลุงที่ควบคุมเรื่องไมค์และเครื่องเสียงช่วยเร่งไมค์ให้ดังขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อยเพื่อเป็นการช่วยเหลือนักร้อง แต่ต้องไม่เร่งให้ดังที่สุด เพราะว่าถ้าเร่งให้ดังที่สุดแล้วมันจะดูดเป็นคนๆมากเกินไปมันจะไม่ได้เสียงในรูปแบบของการ Blending ก่อนที่จะเข้าไมค์ จากนั้นผมก็รู้สึกดีขึ้นเพราะว่าเสียงออกมามากขึ้นแ่ต่ผมก็ต้องทำใจว่ามันคงจะได้ไม่มากไปกว่านี้แล้ว หลังจากที่ผมเหนื่อยจากการวิ่งไปวิ่งมาและตะโกนบอกนักร้องในขณะที่ผมเดินไปฟังด้านหลังสุดของ Hall หลายรอบในส่วนของการ Sound Check แล้วฝนเองก็เริ่มตกในขณะที่เรากำลังจะเสร็จการ Sound Check เพราะว่า อาจารย์เริ่มจะเข้ามาแล้ว (งานเริ่ม 17:00 ทีแรกเขาจะให้เราเป็นวงเปิดด้วย แต่ด้วยเหตุที่ว่าเราอาจจะซ้อมไม่ทันก็เลยย้ายเราออกไปเป็น 2 ทุ่ม) พวกผมก็ได้ทยอยกันออกจากหอประชุมและเดินไปที่ห้องพักในตึกใกล้ๆกันซึ่งก็ต้่องเดินตากฝนนิดหน่อย ผมซึ้งน้ำใจของน้องๆผู้ชายมาก พวกเขาใช้ร่มเดินมาส่งผมแล้วก็เอาร่มไปคืนแล้วก็วิ่งตากฝนมา เมื่อนึกถึงพวกนี้ทีไรก็ทำให้ผมหายเหนื่อยทุกครั้ง 
              จากนั้นเมื่อขึ้นมาที่ห้องพักแล้วผมก็ให้ทุกคนพักสักครู่หนึ่งเพราะว่าเมื่อสักครู่ที่เรา Sound Check นั้นผมเ้ข้าใจว่าทุกคนเหนื่อยกันมาก ก็ให้พักแต่งหน้ากันแต่งตัวกันสัก 30 นาที(ผมเองก็อยากจะพักด้วยเช่นกัน) เมื่อถึงเวลาที่พวกเราเรียกรวมเพื่อซ้อม ทุกคนก็มาซ้อมกัน ผมไม่อยากจะซ้อมอะไรมากเพราะว่ารู้ว่ามันคงจะทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว สิ่งที่ต้องทำก็คือซ้อมเพื่อให้เกิดความมั่นใจ และไม่ประหม่าเท่านั้นเอง จะมีแก้โน้ตนิดหน่อยเท่านั้นครับ ผมก็ซ้อมทั้ง 3 เพลงคือ เพลง Intro บทเพลงพระราชนิพนธ์ส้มตำ ของ สมเด็จพระเทพฯ และเพลงเพลินของคุณหญิงพวงร้อย และ เพลง STAR ครับ งานนี้ผมไม่คาดหวังอะไรกับสองเพลงแรก เพราะว่ามันเป็นงานที่เร่งด่วนจริงๆครับ แต่เพลง STAR ที่ผมซ้อมให้น้องๆตั้งแต่ครั้งแรกนั้นออกมาค่อนข้างจะดีแล้วล่ะครับ ก็จะมีข้อเสียเล็กน้อยเกี่ยวกับ Intronation ซึ่งก็ต้องแก้ไขกันค่อนข้างยาวครับกว่าจะเข้าที่... ระหว่างนั้นเ้องผมก็ได้นึกถึงพระคุณของครูฝนที่ทำให้ผมมีวันนี้แต่ด้วยความที่ยุ่งเหยิงมากผมเลยไม่มีเวลาได้โทรหาครูฝนเลย ก็อยากจะขอบคุณครูฝนในครั้งนี้ด้วยที่ทำให้ผมมีวันนี้ เมื่อถึงเวลาใกล้แสดงพวกเราจึงได้เริ่มทยอยเดินลงไปด้านล่างและเดินลัดเลาะไปหอประชุม ซึ่งผมเองก็ได้ให้น้องๆช่วยมาร์คที่วางไมค์และตำแหน่งของไมค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 
               ระหว่างที่รอนั้นก็เป็นเวลาที่วุ่นวายมากๆเพราะว่าใครต่อใครก็มากันเยอะไปหมดทั้งชุดการแสดงต่างๆที่รวมตัวกันอยู่ด้านหลังเวที ดูวุ่นวายมากๆ สิ่งที่ผมกังวลที่สุดก็คือเรื่องไมค์กับเรื่องคีย์บอร์ดที่จะต้องเอาออกไปก่อน ก่อนทีผมจะสั่งให้นักร้องเดินออกไปแล้วผมเดินตามออกมาทีหลังสุด ผมก็ต้องไปนัดแนะคิวให้น้องคนไหนเอาไมค์ไปวางน้องคนไหนจัดไมค์น้องคนไหนเอาคีย์บอร์ดไปวาง ดูวุ่นวายมากๆ พวกน้องๆที่รอกันหลังเวทีก็ตื่นเต้นกันผมก็บอกว่าไม่ต้องตื่นเต้นเหมือนซ้อมเลย ซ้อมยังไงก็ร้องแบบนั้นแหละ ไม่ต้องกลัวเราอยู่ด้วยกัน... ถ้าไม่เข้าใจมองพี่ พี่อยู่กับพวกเราเสมอ...
              และแล้วเวลาที่ต้องแสดงก็มาถึง อาจารย์ที่เป็นพิธีกรก็บอกว่า "และแล้วก็ถึงการแสดงชุดนี้ครับ นับว่าเป็นมิติใหม่ของมหาวิทยาลัยของเรา ที่จะมีวงคอรัส...." โหย ใจผมนี่แหมม อะไรจะขนาดนั้นครับผม ระหว่างที่อาจารย์พูดอยู่ผมก็ได้ให้น้องๆจัดเตรียมทุกอย่างก่อนที่จะเดินออกไป ทั้งไมค์และเรื่อง Track เพลง ผมสั่งให้น้องคนที่เป็นเพื่อนๆของพวกน้องร้องมาช่วยผมคนหนึ่ง ช่วยเปิด Track ให้ผมถ้าผมสั่งให้เปิดก็ให้เปิด ถ้าดังเกินไปให้เบาลงอะไรแบบนี้น่ะครับ ก็กลัวเหมือนกันว่าน้องเขาจะไม่รู้คิว แต่เอาเถอะ จะเริ่มแล้ว!!! เมื่อน้องๆเดินออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วผมก็เดินออกไปพร้อมๆกับเสียปรบมือครับ จากนั้น ผมก็ได้ให้หมีแก้ว ผู้ช่วยของผม(งานนี้ถ้าไม่มีหมีแก้วผมจะเหนื่อยกว่าเดิมประมาณ 4 เท่าเพราะผมต้องต้องทำทุกอย่างทั้งกดเปียโน ทั้งร้องไปด้วย ทั้งพูดสอน โหยยยย ครบสูตร) กดเสียงจูนใ้ห้จากนั้นผมก็ได้เริ่มร้องเพลงส้มตำซึ่งเป็น Acapella (เสียวจริงๆ) ก็มีเพี้ยนบ้างเล็กน้อยครับแต่ก็ยังพอทำให้มันจบไปได้ เฮ่ออออ เรื่อง Expression พวกเราทำได้ดีมาก คงอาจจะเป็นเพราะว่าเพลงสนุกสนานด้วยมั๊ยครับ ต่อมาก็เป็นเพลงเพลินครับ เพลงเพลิน พวกเราก็ทำได้ดีกว่าในการซ้อม เพราะว่าเพลงนี้ค่อนข้างสูงนิดหน่อยสำหรับ Soprano แต่ก็ยังดีครับพวกเราก็ทำได้ดีเลยทีเดียว จากนั้นก็เป็นเพลงโชว์(ที่ผมคิดว่าเป็นเพลงที่เอาไว้โชว์จริงๆ) ก็คือเพลง STAR ครับ เพลงนี้พวกเราก็ทำกันได้ดีมากถึงจะมีเพี้ยนๆแปร่งๆนิดหน่อยแต่ก็ถึงว่าพอรับได้ครับ จากนั้นผมก็ได้โค้งและพาทุกคนเดินออกมาจากเวที ทุกๆคนดูมีความสุขและเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้่มบนใบหน้า ผมเองก็มีความสุขเหมือนกันที่ทุกอย่างออกมาดี(ถึงแม้ว่าเสียงปรบมือจะไม่ได้ดังกึกก้องแต่ผมรู้ว่ามันดังเสมอในใจผมเอง) จากนั้นท่านอาจารย์ที่เป็นพิธีกรก็ได้เชิญให้ผมไปรับของที่ระลึกจากท่านอธิการบดี ท่านอธิการบดีก็บอกว่า "ขอบคุณมากนะครับที่มาช่วย...หวังว่าจะได้ฟังอีกในครั้งต่อๆไปนะครับ" ผมเองก็ครับด้วยความยินดีครับ ขอบคุณครับ...
              Feedback ที่ทราบมาหลังจากที่พวกเรานั้นได้แสดงกันจบแล้วนั้น อาจารย์บางท่านที่ไม่รู้จักก็เดินเข้ามาหาผมก็บอกว่าดีมากเลยค่ะเพราะมาก ส่วนท่านอาจารย์ที่รู้จักก็เดินเข้ามาขอถ่ายรูปและแสดงความยินดีกับผมกันยกใหญ่ พวกน้องๆก็น่ารักก็เดินเข้ามาขอบคุณผม ผมเองก็มีความสุขมากๆครับ ผมคงจะไม่สามารถมีวันนี้ได้เลยถ้าไม่มีคนเหล่านี้ครับ คนแรกที่ผมอยากจะขอบคุณก็คือ ครุฝนของพวกผมและ TU Chorus ครูท่านเป็นผู้ที่สอนให้ผมร้องเพลงขับร้องประสานเสียงและเข้าใจ การ Blending การเข้ากับผู้อื่นและความสามัคคี ขอให้ครูอยู่กับพวกเราต่อไปนะครับ ครุอยู่ในใจผมเสมอ คนต่อมาก็คือ คุณพ่อและคุณแม่ ขอบคุณที่สนับสนุนผมเกี่ยวกับการร้องเพลงขับร้องประสานเสียงมาโดยตลอดครับ และขอขอบคุณหมีแก้ว คนรักที่น่ารักที่สุดของผม ผมจะไม่สามารถมีวันนี้ได้เลยถ้าไม่มีผู้ช่วยที่ช่วยผมเสมอทำให้ผมมีความสุขและพร้อมที่จะสู้ต่อไปกับสิ่งที่เข้ามาต่างๆ สุดท้าย ขอขอบคุณน้องๆ FLA Chorus Faculty of Liberal Art Chorus ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลมหาเมฆ พี่คงจะไม่สามารถทำสำเร็จได้ถ้าไม่มีพวกเรา พี่เชื่อว่าพวกเราจะต้องมีอนาคตที่ก้าวได้ไกลกว่านี้แน่นอน เพราะว่าพี่เห็นความตั้งใจจริงและความที่มีใจสู้ของพวกเรา แล้วเจอกันเปิดเทอมนะน้องๆ
              เป็นอย่างไรบ้างครับ งานแรกของผม ผมยอมรับว่าการทำวงในเวลา 1 เดือนให้สามารถแสดงได้นั้นมันไม่ได้ง่ายนะครับ แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปถ้าหากว่าเรามีความหวังและมีความเชื่อมั่นว่างเราสามารถที่จะทำให้มันสำเร็จได้ เอาไว้ถ้ามีอะไรแล้วผมจะมาเล่าให้ทุกคนอีกนะครับ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามเรื่องราวของผมเสมอ ผมเองก็หวังให้ทุกคนเองมีความสุขเช่นกันครับ...

    Comments (2)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    ค่ะ พี่เดียร์ คงต้องพูดกะนอีกยาวเรื่อง human dignity คิดถึงพี่เดียร์จัง เฮ้อ ไปอ่านหนังสือสอบแระค่ะ
    Oct. 6
    Patimawrote:
    เยี่ยมมากเลย ขอให้ก้าวแรกที่น่าประทับใจนี้เป็นจุดเริ่มต้นของก้าวต่อๆ ไปของเดียร์ที่มั่นคงและประสบความสำเร็จนะ
    Sept. 29

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://therhythmextreme.spaces.live.com/blog/cns!18382FF3321CC35B!1177.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None